น้ำมันงาดำช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้

น้ำมันงาดำลดปวดหัวอาการปวดหัวทั่วไปนั้น หากใครเป็นก็รู้สึกเจ็บปวด ไม่สบายตัวกันอยู่ประมาณหนึ่งแล้ว แต่หากใครเป็นไมเกรนแล้วล่ะก็ เวลามีอาการนั้น ไม่อยากจะพูดคุยหรือทำอะไรใดๆทั้งสิ้น เพราะมันทั้งเจ็บและปวดราวกับหัวสมองมันจะระเบิดออกมาให้ได้ นับเป็นอาการที่แสนทุกข์ทรมานจริงๆ บางคนเป็นมากๆก็จะมีอาเจียนร่วมด้วยพร้อมไปกับปวดเบ้าตาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่บอกได้อย่างเดียวว่าใครไม่เป็นคงไม่เข้าใจว่าผู้ที่ป่วยด้วยโรคไมเกรนนี้ต้องทนทุกข์แสนสาหัสเพียงใดเมื่ออาการกำเริบขึ้นมา ผู้ที่เป็นไมเกรนนั้น ก็เกิดจากสาเหตุที่หลากหลาย เช่นความเครียดเรื้อรัง ฮอร์โมนเปลี่ยน หรือถูกกระตุ้นจากสภาพอากาศร้อนและหนาว

โดยปกติแล้ว แพทย์แผนปัจจุบันจะแนะนำให้ผู้ที่เป็นไมเกรนนั้นรับประทานยาพาราเซตามอลทันทีใน 30 นาทีแรกหากรู้สึกว่ามีอาการเริ่มของการปวดหัว ซึ่งยิ่งเราทานเร็วเท่าไหร่ อาการก็จะควบคุมได้เร็วเท่านั้น หากปล่อยทิ้งไว้อาการก็จะเริ่มมากขึ้น และจะต้องทานยาเฉพาะเพื่อลดอาการปวดของไมเกรนต่ออีก ซึ่งยาประเภทนี้เป็นที่ทราบกันว่า จะมีคำเตือนตามแพทย์สั่งยาว่าไม่ควรทานเกิน4เม็ดต่อวันและก็ไม่ควรทานเกิน6เม็ดต่อสัปดาห์ เนื่องด้วยยาตัวนี้ หากทานมากเกินไปและต่อเนื่องกัน อาจส่งผลให้เส้นในสมองบางลงเนื่องจากมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด และอาจก่อให้เส้นเลือดแตกในสมองได้ในที่สุด

มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเรื่องการรับประทาน น้ำมันงาดำสกัดเย็น เพื่อใช้ลดอาการไมเกรนว่า ควรทานให้ต่อเนื่องเป็นประจำ เพราะ น้ำมันงาดำ นั้นจะเข้าไปช่วยปรับฮอร์โมนภายในร่างกาย และปรับสมดุลการทำงานของสมองของเรา รวมถึงไปช่วยดูแลตับและไตของเราให้ทำงานได้อย่างปกติ การเลือกรับประทานอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ รู้จักควบคุมดูแลน้ำหนักร่างกายโดยการออกกำลังกาย และการทำจิตใจให้แจ่มใสนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำเพราะจะทำให้อาหารไมเกรนไม่กำเริบและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขขึ้น

น้ำมันรำข้าวสกัดเย็นกับโรคเบาหวาน

น้ำมันรำข้าวสกัดเย็น

โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานนั้นมักมีระดับไขมันในเลือดสูง ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจอีกด้วย การออกร่างกายสม่ำเสมอ จะส่งผลโดยตรงต่อการลดระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งจะมีผลต่อความดันเลือดของผู้ป่วย อีกทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยให้คลอเลสเตอรอลถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ก็คือการบริโภคน้ำมันรำข้าวสกัดเย็นเป็นประจำสม่ำเสมอ

น้ำมันรำข้าวมีประโยชน์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลเพราะจัดเป็นไขมันชนิดดีที่หากได้บริโภคเป็นประจำสม่ำเสมอ ไขมันชนิดดีนี้จะถูกนำไปแปลงเพื่อใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายเรา นำไปใช้เพื่อฟื้นฟูสิ่งต่างๆที่เสื่อมไปตามสภาพตามกาลเวลาให้กลับมาใช้งานได้ปกติดีขึ้น

ดังนั้น หากเราได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่นการเต้นแอโรบิค หรือปั่นจักรยาน พร้อมกับการรับประทานน้ำมันรำข้าวสกัดเย็น จะช่วยลดทอนภาวะคุกคามของโรคเบาหวานและใช้ชีวิตได้เป็นปกติดีขึ้น หากท่านใดที่กําลังคิดว่า จะซื้อ น้ํามันรําข้าว ยี่ห้อไหนดี ให้ลองไปที่เว็บนี้ดู น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว.com

รู้จักบันทึกการกินอาหารและกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายและพฤติกรรมระหว่างกิน

การกินอาหารตารางบันทึกอาหารและกิจกรรม มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ การควบคุมน้ำหนักของคุณจะให้ภาพว่า คุณกินอะไร เมื่อไร ทำไมและกินมากอย่างไร และแสดงให้ทราบว่าคุณทำกิจกรรมเคลื่อนไหวออกกำลังกายอะไรบ้าง บันทึกนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจว่าควรเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างเพื่อลดน้ำหนัก

กฎ 3 ข้อสำหรับผู้ทติดตามการควบคุมน้ำหนักของตนเอง

  • การกินอาหารและการออกกำลังกายใน 1 วันไม่มีผลต่อน้ำหนักตัวคุณในวันถัดไป น้ำหนักของคุณจะเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ตลอด 2-3 วัน เนื่องจากมีการขึ้นลงระหว่างน้ำและไขมันในร่างกาย
  • ให้ลองชั่งน้ำหนักตนเอง สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง อาจจะชั่งในช่วงเวลาหลังตื่นนอนและก่อนกินอาหารเช้าหรือหลังการออกกำลังกายหรือก่อนอาหารเย็น
  • จะใช้เวลาใดก็ได้ แต่ควรให้ชั่งน้ำหนักในเวลาเดียวกัน ใช้อัตราการวัดเดียวกันและบันทึกอย่างถูกต้อง

คำแนะนำต่อไปนี้เพื่อการบันทึกอย่างถูกต้อง

  • เติมในบันทึกอย่างน้อย 3 วัน ให้มีอย่างน้อย 1 วันที่เป็นวันเสาร์หรืออาทิตย์ ถ้าเติมได้อาจเป็นทั้งสัปดาห์
  • เติมให้ถูกต้องหลังจากคุณกินทุกๆอย่าง มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง
  • ยังไม่ควรเปลี่ยนแปลงนิสัยการกินอาหารและทำกิจกรรมออกกำลังกายของคุณในขณะที่เริ่มบันทึกครั้งแรก
  • ตรวจสอบบันทึกของคุณว่ามีขัดต่อคำแนะนำในเรื่องการลดน้ำหนัก คุณอาจต้องปรับตัว
  • ขอให้ครอบครัวและเพื่อนช่วยสนับสนุน การเปลี่ยนแปลงนิสัยจะทำได้ง่ายขึ้น
  • วางแผนลดน้ำหนักอย่างช้าๆ เป้าหมายที่เป็นจริงให้น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์(จนบางสัปดาห์คุณอาจจะไม่ลดน้ำหนักอีกก็ใช้ได้)
  • ถ้ามีปัญหาในการปรับลดน้ำหนักลองปรึกษานักโภชนาการในสถานบริการได้
  • คุณควรบันทึกต่อไปอีก 1 เดือนเพื่อที่จะทราบว่า คุณปรับตัวเองได้มากแค่ไหน

ผลกระทบของการสูบบุหรี่

smokingเหตุผลเพราะการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมีความสัมพันธ์กับจำนวนบุหรี่ที่สูบและระยะเวลาที่สูบ และถ้าสูบบุหรี่ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ก็จะทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นอีก การสูบบุหรี่ทำให้ปริมาณกรดไขมันอิสระ ( Free Fatty Acid ) ในเลือดสูงขึ้น การจับกลุ่มของเกล็ดเลือดง่ายขึ้น เป็นผลทำให้ผู้สูบบุหรี่เป็นโรคของระบบหัวใจหลอดเลือดสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า

สารพิษในควันบุหรี่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดทั่วร่างกายโดยเกิดเป็นคราบเกาะภายในหลอดเลือด รูของหลอดเลือดค่อย ๆ ตีบลงจนตีบตันในที่สุด ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้น้อยลงและเกิดเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือโรคหัวใจขาดเลือด เมื่อหลอดเลือดตีบจนมีผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้ จะทำให้เกิดอาการจุกเสียดเจ็บหน้าอก และหัวใจวายได้ในที่สุด

โอกาสในการเกิดโรค

จากการศึกษาในสหรัฐอเมริการ พบว่า

  • ผู้สูบบุหรี่จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ 2.4 เท่า
  • ผู้สูบบุหรี่ที่มีความดันเลือดสูงหรือไขมันในเลือดสูงจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ 4.5 เท่า
  • ผู้สูบบุหรี่ที่มีความดันเลือดสูงและไขมันในเลือดสูงจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้นเป็น 8 เท่า
  • ผู้ที่ติดบุหรี่เล้นเลือดจะเสื่อมและเกิดการตีบตันเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบ 10 – 15 เท่า
  • ผู้หญิงสูบบุหรี่ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดด้วยนั้นพบว่า จะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 39 เท่า
  • ผู้ที่ติดบุหรี่ตั่งแต่ยังหนุ่ม ความเสียงนี้จะมีอัตรสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 50 ปี โดยโอกาสเกิดโรคหัวใจวายกะทันหัน จะมีมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่วัยเดียวกันถึง 10 เท่า

โอกาสในการรักษา

  • ผู้สูบบุหรี่ที่สูบน้อยกว่า 20 มวน/วัน การหยุดสูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือด
  • หากหยุดสูบบุหรี่เป็นเวลา 10 ปีแล้ว ความเสี่ยงจะลดลงเท่ากับผู้ไม่สูบบุหรี่
  • ในผู้ป่วยที่เคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจวายจากโรคหัวใจขาดเลือด หากหยุดสูบบุหรี่ได้พบว่า จะลดการเกิดเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตายซ้ำ หรือการตายทันทีลงไปร้อยละ 20 ถึง 50

โอกาสในการรอดชีวิต

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบอาจจะทำให้เกิดอาการหัวใจวายและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน อัตราการรอดชีวิตจึงแทบจะไม่มีเลย ดังนั้น การป้องกันโดยการไม่สูบบุหรี่ จึงเป็นการรักษาโรคที่ดีที่สุด

เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก

เคล็ดลับในการลดน้ำหนัก

 

  • เนื้อสัตว์จัดเป็นส่วนหนึ่งของเมนูอาหารแต่ไม่ควรเป็นอาหารหลักและ ทดแทนการใช้เนื้อสัตว์ด้วยอาหารผัก ถั่วเมล็ดแห้ง เช่นถั่วแขก ถั่วลันเตา ฯลฯ
  • ไขมันของไก่มีอยู่ที่หนังไก่มากที่สุด ควรเลาะหนังออกก่อนจะกิน
  • เลือกเนื้อปลามาทอดหรือใช้ซีอิ๊วแทนเนื้อสัตว์อื่น น้ำสลัดแบบอิตาเลียน ทั่วไปใช้ 2 ช้อโต๊ะทำให้มีแคลอรี่เพิ่ม 136 แคลอรี่ และได้ไขมัน 1.4 กรัม ถ้าใช้น้ำสลัดแบบอิตาเลียนไขมันต่ำใส่ลงไปแทนจะได้พลังงานลดลงเหลือเพียง30 แคลอรี่และได้ไขมันเพียง 2 กรัม
  • ลองใช้เครื่องปรุงอาหารประเภทสมุนไพรและเครื่องเทศเติมเมื่อเตรียมอาหารหรือบนโต๊ะอาหาร เพื่อลดไขมัน เช่น ใบแมงลัก ใบโหระพา ผักชีฝรั่ง อบเชย ลูกจันทน์เทศ พริกไทยพริกชี้ฟ้า ออริกาโน มัสตาด มายองเนสแบบไม่มีไขมัน ซอสถั่วเหลืองที่มีเกลือต่ำ น้ำมะนาวน้ำส้มสายชู ขิงสด เป็นต้น

เคล็ดลับในการซื้ออาหาร

  • การเลือกซื้ออาหารที่มีสารอาหารมีแคลอรี่และไขมันต่ำควรเรียนรู้วิธีอ่านฉลากอาหารข้อมูลทางโภชนาการการอ่านฉลากอาหารให้อ่านที่ขนาดบริโภคและขนาดที่บรรจุฉลากจะมีรายการแคลอรี่และไขมันทั้งหมดในขนาดที่บริโภคของผลิตภัณฑ์ลองเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแคลอรี่และไขมันต่ำสุด
  • ไม่ซื้ออาหารเมื่อคุณกำลังหิว
  • ทำรายการของส่วนประกอบอาหารเป็นอาหารที่ไขมันต่ำและพยายามทำตามรายการ
  • ระวังการกล่าวอ้างในฉลากอาหาร เช่น lite ไม่ได้หมายถึง อาหารนั้นมีไขมันต่ำหรือแคลอรี่ต่ำ อาหารนั้นอาจมีเนื้อหรือรสชาติเบาแต่ไม่ได้ลดแคลอรี่หรือไขมัน
  • เลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ไม่มีมัน เนื้อหั่นตามขวาง เนื้อสันอก เนื้อหมูสันใน เนื้อที่มีไขมันอยู่ภายนอกเพื่อเลาะออกได้

 เปลี่ยนแปลงนิสัยการกินอาหาร

  • กินนานๆและกินครบ 3 มื้อในแต่ละวัน การกินเร็วหรือเร่งรีบทำให้คุณกินในมื้อต่อไปเพิ่มขึ้น
  • ควรนั่งกินที่โต๊ะอาหาร ไม่ควรกินขณะทำกิจกรรมอื่น เช่น นั่งดูทีวี หรือ อ่านหนังสือเพราะจะทำให้คุณกินมากกว่าที่ควรจะกิน
  • กินอย่างช้าๆ กินคำเล็กๆ และเคี้ยวอย่างละเอียด ใช้เวลา 15 นาทีหรือมากกว่านี้เพื่อให้สมองได้รับสัญญาณข้อความว่า อิ่ม จากที่กินอาหารเข้าไป การกินช้าๆ ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วและกินน้อยลง
  • มื่อเริ่มกินอาหารแต่ละมื้อควรมีน้ำซุป สลัดหรือผักผลไม้จำนวนมากจะช่วยให้รู้สึกอิ่ม
  • หยุดกินทันทีที่เริ่มรู้สึกอิ่ม โดยนำอาหารพิเศษออกไปจากโต๊ะอาหาร
  • คิดเกี่ยวกับนิสัยการกินของตนเอง ถ้ามักจะกินขณะดูทีวี ให้ทำงานอื่นหรือ กินอย่างอื่นแทน เช่นผลไม้ ผักดิบ หรือดื่มน้ำ 1 แก้ว
  • การดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี่ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ช่วยให้รู้สึกอิ่มและ กินน้อยลง
  • การใช้จานใบเล็กช่วยลดสัดส่วนอาหาร
  • หากิจกรรมที่คิดว่าสนุกสนานและไม่เกี่ยวข้องกับการกิน เช่น ไปขี่จักรยาน ทำงานอดิเรก โทรศัพท์คุยกับเพื่อน

 foodเคล็ดลับในการรับประทานอาหารนอกบ้าน

ไม่ว่าจะต้องการลดน้ำหนักอยู่หรือไม่ คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสมทั้งสัดส่วนและปริมาณ ลองทำตามคำแนะนำ ต่อไปนี้คุณคือลูกค้า

  • ขอในสิ่งที่คุณต้องการ ร้านอาหารส่วนใหญ่จะให้เกียรติและทำตามคำขอเสมอ
  • ถามบริกรเกี่ยวกับเมนูอาหารวิธีการเตรียมอาหารและแนะนำเมนูทดแทนได้
  • ถ้าต้องการจำกัดแคลอรี่ ไขมัน สามารถทำได้ง่ายๆเพียงรู้ว่าจะสั่งอะไรลองขอให้ร้านอาหารทำตามที่คุณขอ ดังนี้

    – ให้เสริฟนมที่พร่องไขมันเนยแทนนมที่มีไขมัน
    – ให้ร้านอาหารแจ้งว่าใช้น้ำมันชนิดไหนปรุงอาหาร
    – ให้เลาะส่วนที่เป็นไขมัน เช่น หนังออกจากเนื้อสัตว์
    – ให้เสริฟน้ำสลัดไว้ต่างหาก ไม่ราดบนผักหรือเนื้อ

อ่านเมนู

  • เลือกวิธีการปรุงอาหารที่มีแคลอรี่และไขมันต่ำ เช่น หาอาหารที่มีคำเกี่ยวกับอบ นึ่ง ผักสด ย่าง ปิ้ง ทอดไข่ในน้ำ ต้ม เคี่ยว
  • ให้ระมัดระวังอาหารที่มีแคลอรี่และไขมันอิ่มตัวสูง โดยให้ระวังคำต่อไปนี้ ซอสเนย ผัด กรอบ ครีม ซีสซอส สตูว์เนื้อ ทาน้ำมันในระหว่างอบ ลูกชิ้น เนื้อสัน

เคล็ดลับการหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้กินเกิน

หาวิธีเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ต้องกินเกิน เช่น แยกกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกินออกไป ไม่กินอาหารในขณะดูทีวี เวลาพักในที่ทำงานไม่ควรอยู่ในห้องกาแฟนานๆเพื่อจะไม่ต้องกินขนมว่างมากเกินไป วางแผนพบปะเพื่อนในที่ที่ไม่ใช่ร้านอาหาร เป็นต้น